3/16/2559

ข่าวฉาวพระสงฆ์พาสาวทำสุกี้ในกุฎิ สวีทมาก

ข่าวฉาวพระสงฆ์พาสาวทำสุกี้ในกุฎิ สวีทมาก


ข่าวฉาวพระสงฆ์พาสาวทำสุกี้ในกุฎิ สวีทมาก นี้เป็นข่าวที่มีที่มาจาก การแชร์กัน ของสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม เนื่องจาก หญิงสาวที่มาร่วมทำด้วยนั้น ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ และมีการถ่ายภาพในอริยาบถต่างๆ ไว้ด้วย (2 ธ.ค)

จากภาพ ฉาว ที่ปรากฎนั้น สามารถวิเคราะห์ได้หลายอย่าง อันดับแรก จับด้วยวินัย คือ มีความไม่เหมาะสมเรื่อง การปรุงอาหารด้วยตนเอง ซึ่งตามพระวินัยแล้ว ไม่สามารถทำได้ ขนาดแค่ต้องการอุ่นกับข้าว ยังไม่เหมาะสมเลย แต่หากต้องทำต้องให้คนอื่นทำให้ถึงจะสามารถทำได้

อีกข้อหนึ่ง เป็นเรื่อง ของอนิยต ซึ่ง อยู่ในที่ลับตา กับหญิง สองต่อสอง ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เพราะมันสามารถจะตีความมายไปได้หลายอย่าง เรื่องของการผิดวินัย จึงเป็นความผิดพระวินัย เพียงแต่ว่า การดูเพียงภาพเหล่านี้ ไม่สามารถจัดการด้วยพระวินัย ข้อที่หนักขึ้นไปกว่านี้เท่านั้น

บรรดาชาวพุทธ ผู้ใคร่ในธรรม เห็นแล้ว เกิดความสลดใจเป็นอย่างยิ่ง และเห็นว่าเป็นความไม่เหมาะสม 

สมควรที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะดำเนินการ เพื่อป้องกัน ป้องปรามมิให้ทำการผิดพระวินัยแบบนี้อีก 

ตามที่ทราบกันแล้วว่า การทำผิดวินัยสงฆ์ มีเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง คือ มาจากการมีเงินมีทอง เลยทำให้การใช้จ่ายสะดวก และ เป็นแรงดึงดูดให้ทำผิดอะไรอีกหลายอย่าง ลองไปอ่านได้ในหัวข้อ ผลวิจัยชี้เงินมีส่วนทำให้พระทำผิดวินัย 

ความจริง ข่าวฉาวพระสงฆ์พาสาวทำสุกี้ในกุฎิ สวีทมาก นี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ นิดเดียว เท่านั้น ยังมีพระสงฆ์ที่ผิดวินัย ฉาวโฉ่อีกมากมาย ซึ่งขาดการปกครองดูแลที่ดี เลยทำให้ การทำผิดวินัยของสงฆ์ เป็นเหมือนเรื่องปกติธรรมดา จนดูเหมือน ไม่ใช้ผิดวินัยไปแล้ว 

พูดง่ายๆ เช่น พระขับรถยนต์ เป็นความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ทางมหาเถรสมาคมได้ออกระเบียบมาว่า หากพระสงฆ์ สังฆาธิการรูปใดขับรถยนต์ จะไม่พิจารณาเลื่อนหรือ ตั้งสมณศักดิ์ให้ ใน 3 ปี แต่ความเป็นจริง ก็ยังขับกันอยู่เป็นปกติ บางรูป ขับรถไปรับแฟน(ผู้หญิง) มานอนที่วัด และซ่อนตัวอยู่ในวัดเป็นสัปดาห์ พระเณรในวัดเห็น แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร จบข่าว

เราจึงอยากให้ ข่าวฉาวพระสงฆ์พาสาวทำสุกี้ในกุฎิ สวีทมาก นี้ เป็นต้นตอเดินเรื่อง ของสนง.พุทธฯชาติ ได้นำไปพิจารณา และ กอบกู้ศรัทธา ด้วยการปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อไป 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น