ข่าวฉาว พระมีอายุมั่วสีกาในโรงแรมม่านรูด
ตามข่าวที่เกิดมานานแล้ว แต่นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และ น่าจะนำมาซึ่งการเรีนรู้ทางวินัยสงฆ์ด้วย จึงขออนุญาต นำมาประกอบในวันนี้ เป็นข่าวจาก คมชัดลึก ซึ่งรายละเอียด มีดังนี้
จัด"อีหนู"คลายเมื่อยจับพระครู...นอกกิจสงฆ์
เช้าวันที่ 5 ธันวาคม ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณสถานีขอนแก่น ต่างพานพบภาพที่น่าสังเวชใจ เมื่อพระภิกษุเมาหลับหมดสภาพอยู่ริมทางรถไฟ...ถัดมาอีกเพียงวันเดียวต้องรับรู้ข่าวพระภิกษุแก่พรรษามั่วสีกาอยู่ในโรงแรมม่านรูดใกล้สถานีรถไฟขอนแก่น!!
ชายชราร่างเล็กหัวโล้น ขับรถยนต์หรูโตโยต้าสปอร์ตไรเดอร์ เลี้ยวปรู๊ดเข้าไปที่ช่องจอดรถของห้องหมายเลข 5 อย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะตระกองกอดหญิงสาววัยเบญจเพสนางหนึ่ง เดินหัวร่อต่อกระซิกเข้าห้องไป และปิดล็อกทันที ที่พนักงานของโรงแรมเพลย์บอยรูดม่านปิด และ มันคงผ่านไปครรลองตามปกติ เหมือนที่ชายหญิงคู่นี้ซึ่งเข้าออกม่านรูดแห่งนี้มาแล้ว 3-4 ครั้ง แต่ทว่าความลับไม่มีในโลก
เมื่อชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง เข้าไปแจ้งกับผู้ดูแลม่านรูดว่า ชายหัวโล้นคือ "พระครูโกวิทย์ คำวาง" รองเจ้าอาวาสวัดมรรคสำราญ เป็นเจ้าคณะตำบลบ้านท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่รอช้าโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาดำเนินการทันที เมื่อมาถึงก็ได้เคาะประตูให้คนในห้องเปิด แต่กลับไม่มีการตอบรับ จนตำรวจต้องใช้กุญแจสำรองไขประตูเข้าไป
ภาพแรก ที่ทุกคนเห็นแทบไม่เชื่อสายตาคือ คนทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เสื้อผ้ากองไว้ปลายเตียง และมีสีหน้าตื่นตระหนก ฝ่ายหญิงถึงกับร้องไห้โฮพยายามคว้าหมอนหรือสิ่งใกล้ตัวปกปิดร่างกาย และที่พื้นห้องพบถุงยางอนามัยใช้แล้วตกอยู่ที่พื้น 1 ชิ้น
"ป๋าไม่น่าโกหกหนู" เป็นคำพูดที่หญิงสาวพูดต่อว่าต่อขาน ชายชราซ้ำๆ หลายครั้ง ทั้งพูดทั้งร้องไห้ ด้วยความเจ็บใจ เสียใจ อับอายและละอายแก่ใจที่เพิ่งรู้ว่า ชายคนที่ร่วมหลับนอนด้วยเป็นพระภิกษุ และเพิ่งเห็นกับตา เมื่อตำรวจค้นพบจีวรซ่อนอยู่ในกระเป๋าบนรถ จึงเอามาให้นุ่งห่มก่อนพาตัวไปสึกที่วัดใกล้เคียง
พระครูโกวิทย์ อายุ 70 ปี บวชมาแล้ว 40 พรรษา ยังกล้าทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้!!
พระครูโกวิทย์ หรือนายโกวิทย์ บอกเล่าว่า รู้จักกับ น.ส.แดง (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ชาว จ.เชียงราย มานาน 2 เดือนแล้ว เมื่อครั้งที่แต่งตัวเป็นฆราวาส หลบออกจากวัดมาใช้บริการนวดแผนโบราณ ที่ร้านหนึ่ง บริเวณบึงแก่นนคร เพราะท่องสวดมนต์จนรู้สึกปวดหลัง จากนั้นก็สานสัมพันธ์กันเรื่อยมา กระทั่งจบลงที่โรงแรมม่านรูด จนมาถูกจับ
"ไม่เป็นไร สึกแล้วก็ออกไปทำมาหากิน" นายโกวิทย์บอกด้วยสีหน้าระรื่น
ด้าน พระครูอรรถสารเมธี วุฒิธาราม เจ้าคณะอำเภอเมือง จ.ขอนแก่น ยอมรับว่า พระรูปนี้เป็นคนมุทะลุ ไม่เชื่อคำสอนของพระผู้ใหญ่ และมักจะขับรถไปทำกิจนิมนต์อยู่เสมอ จนทำให้ญาติโยมเกิดความแคลงใจ บางครั้งก็เห็นใส่ชุดฆราวาสจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม กระทั่งจับได้คาหนังคาเขาในครั้งนี้
พระเทพกิตติรังษี เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เจ้าอาวาสวัดธาตุพระอารามหลวง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า สาเหตุที่ปัจจุบันนี้พระทุกระดับชั้นประพฤติผิดวินัยสงฆ์อยู่บ่อยครั้ง เนื่องจาก สังคมเปลี่ยนแปลงอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย ทำให้เกิดล่อตาล่อใจพระ จึงทำให้พระที่ไม่สามารถควบคุมจิตได้ หลงใหลไปตามวัตถุนั้นๆ ที่เห็นจึงเกิดตบะแตก อย่างไรก็ตาม เรื่องการทำผิดวินัยสงฆ์ของพระนั้นมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ที่เห็นเด่นชัดในปัจจุบันนี้ คือ การประพฤติผิดในกาม ฉ้อราษฎร์บังหลวง กินข้าวกินปลาไม่อยู่ในกุฏิของการปฏิบัติ เรื่องการเดินทาง เรื่องไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สิน เรื่องค้าขายทำตัวเป็นพ่อค้าเอง สร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นมาจัดจำหน่าย ซึ่งเหล่านี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่พระทุกวันนี้ประพฤติผิดทำกันมามากมาย
"เมื่อพระทำผิด กฎเกณฑ์ของพระทำได้แค่ตักเตือนจับสึก เรื่องการลงโทษหนักกว่านั้นไม่มี นอกจากว่าพระรูปนั้นจะทำผิดกฎหมาย ฉ้อโกงคนอื่น หรือทำผิดในรูปแบบของฆราวาสก็ต้องรับผิดตามกฎหมายที่บัญญัติไว้เหมือนฆราวาสทั่วไป เมื่อโทษเบาเลยไม่มีคนกลัว ดังนั้นอยากให้องค์กรสงฆ์ ร่างกฎหมายออกมาควบคุมพระมากกว่านี้ จะเป็นการห้ามไม่ให้ละเมิดอะไรก็แล้วแต่ เพื่อให้พระไม่กล้าทำผิด หากทำผิดจะถูกลงโทษที่หนัก เช่นยึดทรัพย์ หรือริบเงินเดือนย้อนหลัง หรือมากกว่านั้น จะทำให้พระไม่กล้าที่จะทำผิดวินัยมากกว่านี้ " เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นกล่าว
ส่วนมาตรการในการควบคุมดูแลพระ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้ประพฤติผิดนั้น พระเทพกิตติรังษี ย้ำว่าต่อไปนี้การควบคุมดูแลจะเพิ่มมากขึ้น จะให้เถรสมาคมในระดับชั้น วางกรอบสายงานหรือ "นักสืบพระ" ซึ่งจะมีทั้งพระทั้งชาวบ้าน คอยเป็นหูเป็นตาให้แก่เจ้าคณะจังหวัด หรือผู้ควบคุมดูแล รายงานพฤติกรรมพระนอกแถวให้ทราบ เมื่อพบพระรูปใดทำความผิด ก็จะสั่งปลดจากตำแหน่งหรือจับสึกทันที
- สมโภชน์ สมบัติ -
ภาพและข่าวจาก http://www.komchadluek.net/
วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2553
แฉลบเข้าวัดกันหน่อย
ถ้าพูดถึงเรื่องวินัยละก็ จบกัน
-โลกวัชชะ โลกติเตียน, ความผิดทางโลก
-ผิดพระวินัย ปาราชิก แน่นนอนอยู่แล้วงานนี้
-ถ้าไม่ได้โจ่งแจ้ง การอยู่ที่ลับกับหญิงสองต่อสอง คิดไว้ก่อนว่ามีความผิด แล้วค่อยพิสูจน์โดยสอบถามพยาน และพยานต้องเป็นผู้ที่เชื่อถือได้ ถ้าสามารถสร้างกระจ่างได้ ก็ปรับตามนั้น หากไม่เป็นเช่นนั้น ถ้าคนทำผิดรับเช่นไร ก็ปรับอาบัติเช่นนั้น
ส่วนตัวยังมองว่า การปกครองคณะสงฆ์ไทย ย่อหย่อนมาก ทำให้เกิดการทำผิดวินัยจนเป็นปกติวิสัย จากคนที่ทำบุญมากเยอะ รู้จักพระเยอะ ทำให้รู้ว่า พระ ทั้งจาก ฝ่ายคามวาสี และ อรัญวาสี ล้วนแต่หลุดได้ทั้งนั้น แต่ฝ่าย อรัญวาสีโอกาสหลุดน้อยกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า มีโอกาสไปเจอกับโยมประเภทใด
มีผู้รู้ ที่ทำบุญมาเยอะเช่นกัน กล่าวว่า อย่าไปรู้เรื่องพระมาก เพราะถ้ารู้แล้ว จะทำให้หาวัดที่จะไปทำบุญยาก คือ ไม่อยากทำบุญกับพระเอาเสียเลย ท่านว่าอย่างนั้น
จากกรณีของ ข่าวฉาว พระมีอายุมั่วสีกาในโรงแรมม่านรูด เป็นต้นเรื่องให้ได้คิดถึง การปกครองคณะสงฆ์ และ การฝึกจิตของพระ ได้เป็นอย่างดี สมควรปฏิรูปอย่างยิ่ง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น